คนสร้าง Claude Code เขาใช้ Claude Code ยังไง (ภาค 2)
Table of Contents
ผ่านปีใหม่มาได้ไม่กี่วัน ผมเองก็เพิ่งฟื้นมาไถฟีดแล้วไปเจอคุณ Boris Cherny (ผู้สร้าง Claude Code) แกมาโพสต์ post แจกความสดใจบน X ว่า
อยากจะแชร์ setup ของเค้าเองว่าเขาใช้ Claude Code ยังไงบ้าง
ทางนี้ก็รีบอ่าน ก็เห็นว่ามีรายละเอียดหลายอย่างที่แกไม่เคยเล่า(จากโพสต์ก่อนหน้า) ผมเลยสรุปออกมาตาม thread ที่แกอุตส่าห์เขียนไว้ให้ 13 ข้อตามนี้
-
เปิด Claude Code 5 ตัวขนานกันใน terminal แล้วแบางเป็น 5 taps แล้วใช้ hook ตั้งค่าให้ notify เวลาที่ tab ไหนต้องการ input
-
นอกจากเปิดใน terminal แล้วก็ยังมาเปิดหลายๆตัวขนานในกัน web อีก โดยใช้คำสั่ง teleport ให้มาที่ terminal ด้วย
-
ใช้ Opus 4.5 Thinking กับตลอดเวลา ถึงมันจะช้ากว่า Sonnet แต่มันทำงานได้แม่นยำและผิดพลาดน้อยกว่า โดยรวมสุดท้ายมันก็เร็วกว่า model เล็กๆอยู่ดี (เชื่อผมเถอะ ไม่ใช่ Max $200 อย่าหาทำตาม)
-
ใช้ CLAUDE . md ร่วมกันทั้งทีมใน project อะไรที่ model มันพลาดบ่อยๆ ก็ไป update เรื่อยๆ
-
ตอน code review เขาจะ tag @claude มาให้รับทราบ comment ใน PR ด้วยเพื่อเอาไป update CLAUDE . md เหมือนกัน เรียนรู้กันไปทั้งคนทั้ง ai
-
เริ่มงานด้วย Plan mode เสมอ แล้วก็แก้แผนจนสาแก่ใจ ถึงยอมเปลี่ยนไป auto-accept edits mode
-
ใช้ slash command กับงานที่ต้องทำบ่อยๆใน workflow เช่น
/commit-push-prแทนที่จะเขียน prompt ใหม่ทุกครั้งก็ทำ command ไว้ใช้เลยไวกว่า -
ใช้ subagents ตลอด ไม่ว่าจะ simplify code หลังจากมันทำงานได้แล้ว อันนี้ก็คล้ายๆ slash command ก็คืออะไรที่อยู่ใน workflow ที่มันมีขั้นตอนซับซ้อนของเราเอง ก็สร้างมาเถอะ ลดคน ลดงานซ้ำๆ
-
ใช้ PostToolUse hook เพื่อเอามา format code จะได้ไม่มีปัญหากับพวก linter ตอน CI
-
เขาไม่ใช้ —dangerously-skip-permissions เลย แต่ใช้
/permissionsเพื่อกำหนดไปก่อนเลยว่าจะอนุญาตอะไรให้ agent บ้าง ให้อยู่ในโอวาสย่อมดีกว่า -
ใช้ tool ที่เขามีผ่าน MCP ไม่ว่าจะเป็น post Slack หรือ run BigQuery หรือหา error log จาก Sentry อันนี้แปลกใจ ทำไมไม่ใช้ skills
-
Task ที่ทำงานยาวๆ เขาจะทำอยู่ 3 แบบ a. Prompt บอกให้ใช้ background agent ตรวจงานตอนจบเอง b. ใช้ agent ผ่าน Stop Hook เพื่อกันหลุด c. ใช้ ralph-wiggum plugin เพราะมันก็ทำเหมือน 2 ข้อข้่างบนนั่นแหละ(แอบไปอ่านมาแล้ว)
-
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เราต้องบอกวิธี verify งานให้ Claude Code เสมอ เพราะ agent จะได้ตรวจสอบงานเองก่อนที่จะมาถึงมือเรา
สรุปแบบ พรศ #
หลักๆเลยก็คือ Cherny เขารู้ว่างานเขามีอะไรต้องทำบ้างจนมองเห็น pattern ซ้ำๆที่เกิดขึ้นในงานทุกวัน
ทั้ง Slash command กับ subagents ของเขาไม่ได้เอาไว้ทำงานใหม่ๆ แต่มันคือการทำงานเดิมๆที่ต้องทำเพื่อให้ได้คุณภาพที่ต้องการ (ตามข้อตกลงของทีม)
เขาควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ไม่ได้ปล่อย AI ทำงานเหมือนรอปั่น slot machine เราจะเห็นว่าเขา
- ใช้ Plan mode ก่อนเสมอ แผนดี งานก็ออกมาดี
- ไม่ใช้ —dangerously-skip-permissions แต่เลือกที่จะกำหนดการเข้าถึงเครื่องมือเอง
- กำหนดผลลัพธ์และวิธีตรวจสอบก่อนเสมอ แล้วปล่อยให้ AI ทำไปจนกว่าจะถูกทั้งหมดเอง
จริงๆมันก็เรียบง่ายสำหรับ developer ที่มีประสบการณ์ เพราะคนพวกนี้มักจะมี workflow การทำงานของตัวเองอยู่แล้ว แค่ตอนนี้มี AI เข้ามาช่วยเป็นลูกมืออีกที
แล้วทุกคนคิดว่ายังไงครับ ผมว่าวิธีการพัฒนา software ถัดไปจากนี้คงเปลี่ยนไปแน่ๆ แต่ “การแก้ปัญหา” และ “การส่งมอบงานที่มีคุณภาพ” มันก็ยังเป็นหน้าที่ “มนุษย์” แบบเราๆนี่แหละครับ